=== วิธีกาหนดรูป – รูปกลาป ๓ ประเภท === เมื่ออารมณ์กระทบกับปัญจทวารทวารใดทวารหนึ่ง ก็จะกระทบกับทวารที่ ๖ (คือมโนทวาร หรือภวังค์) พร้อมๆ กัน '''ตัวอย่าง:''' ยกตัวอย่างเช่น เมื่ออารมณ์คือสี กระทบกับจักขุทวาร (ซึ่งก็คือจักขุปสาทรูปอันเป็นรูปที่ ๑๐ ของจักขุทสกกลาป) สีนั้นก็กระทบกับมโนทวาร (คือภวังค์) พร้อมๆ กัน มโนทวารนั้นเกิดโดยอาศัยรูปที่ ๑๐ ของหทยทสกกลาป ตามลำดับการเกิดของจิต แรกสุด มโนวิญญาณจิตจะรู้อารมณ์คือสีก่อน ตามด้วยจักขุวิญญาณจิต แล้วตามด้วยมโนวิญญาณจิตอีกหลายดวง หลักการนี้ก็เหมือนกันสำหรับเสียงที่กระทบโสตทวารคือปสาทรูปอันเป็นที่ ๑๐ ของโสตทสกกลาป และก็เหมือนกันด้วยสำหรับกลิ่นเป็นต้น '''อารมณ์ที่กระทบมโนทวารโดยโดดๆ:''' นอกจากอารมณ์ที่กระทบปัญจทวารแล้ว ยังมีอารมณ์ที่กระทบมโนทวาร (คือภวังค์) โดด ๆ คือ '''ธรรมารมณ์ ๖ ประเภท''' *ดู ส. มหาวารวรรค ข้อ ๕๑๒ (อุณณาภพราหมณสูตร) อ้างอิงในหัวข้อ “อารัมภบท” หน้า 29* โดยเจาะจงก็คือ สีเป็นอารมณ์ทางตา และเสียงเป็นอารมณ์ทางหู เป็นต้น. (ดูเชิงอรรถ ๒๖, p. 7.) '''องค์ประกอบของกลาป:''' * '''จักขุทสกกลาป''' ประกอบด้วย (๑-๘) รูปพื้นฐาน ๘ คือ ดิน น้ำ ไฟ ลม สี กลิ่น รส โอชา + (๙) ชีวิตินทรีย์ + (๑๐) จักขุปสาทรูป * '''หทยทสกกลาป''' ประกอบด้วย (๑-๘) รูปพื้นฐาน ๘ คือ ดิน น้ำ ไฟ ลม สี กลิ่น รส โอชา + (๙) ชีวิตินทรีย์ + (๑๐) หทยวัตถุ *ดูรายละเอียดอื่นใน “ตาราง ๖ – ประเภทของรูปในหัวใจ” หน้า ๒๕๐* *ดูอารมณ์ ๖ ใต้หัวข้อ “ทุกขขอริยสัจและทุกขสมุทัยอริยสัจ” หน้า ๓๐*