=== คาถามและคาตอบ ๓ – ๓.๑๒ หน้าที่ของภวังค์ในภูมิทั้งหลาย === เป็นเช่นนี้เพราะกรรมอันก่อภพนี้ยังไม่หมดสิ้น เพราะมีนามรูปใน'''กามาวจรภูมิ''' และ'''รูปาวจรภูมิ''' และมีนามใน'''อรูปาวจรภูมิ''' จึงมีภวังค์ในภูมิเหล่านั้น *** '''ภวังคจิตในกามาวจรภูมิ''' ในกามาวจรภูมิ ภวังคจิตอาจมีกรรม กรรมนิมิต หรือคตินิมิตเป็นอารมณ์ เช่น ภวังคจิตของบุคคลหนึ่งอาจมีพระธาตุอินท์แขวนเป็นอารมณ์ ของอีกคนหนึ่งอาจมีพระเจดีย์ชเวดากองเป็นอารมณ์ อารมณ์เหล่านี้ล้วนเป็นบัญญัติ '''ภวังคจิตในรูปาวจรภูมิ''' ในรูปาวจรภูมิ ภวังคจิตมีกรรมนิมิตเป็นอารมณ์เท่านั้น ไม่มีกรรมนิมิตหรือคตินิมิตเป็นอารมณ์ ภวังคจิตของรูปาวจรภูมิเรียกว่า'''รูปาวจรวิปากฌานจิต''' เพราะเป็นผลจากการได้ฌานเมื่อตายในภพก่อน เนื่องจากอารมณ์ของภวังคจิตก็เป็นอารมณ์เดียวกันกับของฌานด้วย ดังนั้นอารมณ์จึงขึ้นอยู่กับฌานที่ได้ ยกตัวอย่างเช่น ภวังค์ของผู้ที่เกิดในรูปาวจรภูมิเนื่องกับอานาปานฌาน ย่อมมีอารมณ์คือปฏิภาคนิมิตของอานาปานสติ ส่วนผู้ที่เกิดเนื่องกับเมตตาฌาน ย่อมมีอารมณ์คือสัตว์ทั้งปวงในจักรวาลอันไม่มีที่สิ้นสุด โดยอารมณ์ทั้งสองอย่างนั้นก็ล้วนเป็นบัญญัติ '''ภวังคจิตในอรูปาวจรภูมิ''' ในอรูปาวจรภูมิ ภวังคจิตจะมีกรรมนิมิต ๒ อย่างเท่านั้นเป็นอารมณ์ ไม่มีกรรมนิมิตหรือคตินิมิตเป็นอารมณ์เช่นกันกับรูปาวจรภูมิ * ในอากาสานัญจายตนภูมิ ภวังคจิตมีอากาศอันไม่มีที่สิ้นสุดเป็นอารมณ์ * ในอากิญจัญญายตนภูมิ ภวังคจิตมี... *** '''สรุปภพภูมิต่างๆ''' ภพภูมิทั้ง ๓ คือ: ๑) '''กามาวจรภูมิ''' ซึ่งรวมทั้งภูมิของมนุษย์, ของสัตว์ดิรัจฉาน, ของเปรต, ของอสุรกาย, ของนรก และของเทวดา ๒) '''รูปาวจรภูมิ''' ซึ่งเป็นภูมิของพรหม มีรูปที่ละเอียดมาก ๓) '''อรูปาวจรภูมิ''' ซึ่งมีเพียงแต่นามเท่านั้น พุทธสถานทั้งสองแห่งนั้นเป็นพระเจดีย์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศพม่า