====== คาถามและคาตอบ ๓ – ๓.๘ สติที่เข้มแข็งห้ามกรรมนิมติ ====== สอนธรรมแก่อุบาสิกานั้น อุบาสิกานั้นได้เป็นพระโสดาบันแล้ว และเมื่อสิ้นชีวิตไป ก็ได้ไปเกิดเป็นโคปกเทวบุตรผู้เป็นบุตรของท้าวสักกะ คนธรรพ์ทั้ง ๓ ได้แสดงศิลปะของตนแก่บุตรของท้าวสักกะแล้ว และเมื่อท้าวเธอทรงเห็นว่าคนธรรพ์เหล่านั้นงดงามและสว่างสุกใสมาก จึงทรงดาริว่า "เหล่านี้งดงามและสว่างมาก อะไรเป็นกรรมของพวกเธอ" แล้วจึงทรงเห็นว่านี้ก็คือพระภิกษุ ๓ รูปผู้ได้มายังบ้านของตนเมื่อยังเป็นอุบาสิกาอยู่ เทวบุตรนั้นรู้อยู่ว่าศีล สมาธิปัญญาของภิกษุทั้ง ๓ เหล่านั้นดีเยี่ยม ดังนั้น จึงยังคนธรรพ์เหล่านั้นให้ระลึกถึงชาติก่อน โดยตรัสว่า “เมื่อท่านทั้งหลายกำลังฟังคำสอนของพระพุทธเจ้า และปฏิบัติตามคำสอนนั้น พวกท่านเอาตาและหูไปไว้ที่ไหน” คนธรรพ์ ๒ ตนจึงได้ระลึกถึงชาติก่อนของตนแล้วสลดสังเวชใจ เจริญสมถวิปัสสนาแล้ว แทงตลอดอนาคามิมรรคและผลโดยเร็ว จุติจากภพนั้นแล้ว ได้เกิดในภูมิของพรหมปุโรหิต แล้วบรรลุพระอรหันต์ในภพนั้น ส่วนคนธรรพ์ตนที่ ๓ ไม่ได้ความสลดใจ จึงคงเป็นคนธรรพ์ต่อไป ดังนั้น จึงไม่จำเป็นต้องติดต่อบริษัทประกันชีวิต เพราะสติเช่นนี้เป็นประกันชีวิตขั้นสุดยอด ====== ๓.๙ ลำดับการกำหนดลักษณะ ๑๒ อย่างในจตุธาตุวัฏฐาน ====== '''คาถาม''' เมื่อกำลังกำหนดรู้ลักษณะ ๑๒ อย่างในจตุธาตุวัฏฐาน จำเป็นหรือไม่ที่จะต้องเริ่มที่ความแข็ง ความหยาบ และความหนักไปตามลำดับ ผู้ปฏิบัติสามารถเลือกเริ่มที่ลักษณะใดลักษณะหนึ่งได้หรือไม่ '''คาตอบ''' ในเบื้องต้น จะเริ่มที่ลักษณะใดก็ได้ที่กำหนดรู้ได้ง่าย แต่เมื่อกำหนดรู้ลักษณะทั้งหมดได้ง่ายและชัดเจนแล้ว ก็จะต้องทำไปตามลำดับที่