====== วิธีเจริญพรหมวิหาร ๔ และอารักขกรรมฐาน – วิธีเจริญอารักขกรรมฐาน ๔ ====== (หน้า ๑๖๖) นี้ไปได้” เมื่อรักษาใจให้มีสมาธิและมีสติอยู่กับความตายของตนเอง ก็จะพบว่า ความสังเวชใจจะเจริญขึ้น ด้วยความรู้นี้ โยคีอาจเห็นกายของตนเป็นซากศพที่น่าเกลียด เมื่อรู้ว่าชีวิตินทรีย์ในกายนั้นถูกทำลายเสียแล้ว พึงตั้งสมาธิอยู่กับความไม่มีของชีวิตินทรีย์ ด้วยความคิดอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ๑. ความตายของเราเป็นของแน่นอน (มรณ เม ธุว) ชีวิตของเราเป็นของไม่แน่นอน (ชีวิต เม อธุว) ๒. เราจะตายอย่างแน่นอน (มรณ เม ภวิสฺสติ) ๓. ชีวิตของเรามีความตายเป็นที่สุด (มรณปริโยสาน เม ชีวิต) ๔. ตาย ตาย (มรณ มรณ) ให้เลือกข้อความหนึ่งแล้วกำหนดบทนั้นด้วยภาษาใดก็ได้ ตั้งสมาธิอยู่กับภาพซากศพของตนที่ไร้ชีวิตินทรีย์ต่อไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งองค์ฌานปรากฏ โดยจะได้เพียงอุปจารสมาธิด้วยกรรมฐานนี้ ====== ความหมายของคำว่า "สังเวช" ====== (จากพจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ โดยพระพรหมคุณาภรณ์) '''สังเวช''' คือความรู้สึกกระตุ้นใจให้คิดได้ ให้คิดถึงธรรม ให้ตระหนักถึงความจริงของชีวิต และเร้าเตือนให้ไม่ประมาท ตามความหมายที่แท้ของศัพท์สังเวช คือ '''“สังเวค”''' แปลว่า แรงเร่ง แรงกระตุ้น หรือพลังที่ปลุกเร้า หมายถึง แรงกระตุ้นเร้าเตือนใจ ให้ได้คิดหรือสำนึกขึ้นมาได้ ให้คิดถึงธรรม หรือตระหนักถึงความจริงความดีงาม อันทำให้ตื่นหรือถอนตัวขึ้นมาจากความเพลิดเพลิน ความหลงระเริง ปล่อยตัวมัวเมา หรือประมาท แล้วหักหันไปเร่งเพียรทำกิจที่ตระหนักรู้ว่าจะพึงทำด้วยความไม่ประมาทต่อไป '''หมายเหตุ:''' ในภาษาไทย คำว่าสังเวชมีความหมายที่หดแคบลงและเพี้ยนไป