= วิธีเจริญอารักขกรรมฐาน = *** '''วิธีเจริญอสุภกรรมฐาน''' อารักขกรรมฐานที่สองก็คือ '''อสุภกรรมฐาน''' ในซากศพ เพื่อเจริญกรรมฐานนี้ พึงเข้า '''จตุตถฌาน''' ด้วยอานาปานสติหรือโอทาตกสิณอีกครั้ง เพื่อให้แสงจากสมาธิสว่างและสุกใส แล้วใช้แสงนั้นเพื่อให้เห็นภาพซากศพซึ่งน่าเกลียดที่สุดและมีเพศเดียวกันกับโยคีตามที่เคยเห็น ใช้แสงเพื่อเห็นซากศพนั้นให้เหมือนกับที่เคยเห็นจริง ๆ ในอดีต เมื่อภาพชัดเจนแล้ว ทำให้ภาพนั้นน่ารังเกียจที่สุด ตั้งสมาธิอยู่กับภาพ แล้วกำหนดว่า “'''ปฏิกูล ปฏิกูล'''” ให้มีสมาธิอยู่กับความปฏิกูลของซากศพนั้นจน '''อุคคหนิมิต''' กลายเป็น '''ปฏิภาคนิมิต''' * '''อุคคหนิมิต''' ก็คือภาพศพที่โยคีเคยเห็นจริง ๆ ในอดีต เป็นภาพน่าเกลียด สยดสยอง น่ากลัว * แต่ '''ปฏิภาคนิมิต''' เป็นเหมือนกับคนร่างกายอ้วนพี ผู้บริโภคอาหารจนอิ่มหนาแล้วนอนอยู่ ตั้งสมาธิอยู่กับนิมิตนั้นต่อไปจนได้ '''ปฐมฌาน''' แล้วจึงเจริญ '''วสี''' ทั้ง ๕ '''วิธีเจริญมรณานุสสติ''' อารักขกรรมฐานที่สามก็คือ '''มรณานุสสติ''' (การระลึกถึงความตาย) ตามมหาสติปัฏฐานสูตร และวิสุทธิมรรค โยคีอาจเจริญมรณานุสสติด้วยซากศพที่เคยเห็นด้วยเช่นกัน ดังนั้น พึงเข้า '''ปฐมฌาน''' อีกครั้ง อาศัยความน่าเกลียดของซากศพให้พิจารณาซากศพภายนอกนั้นเป็นอารมณ์ว่า “'''กายของเรานี้ก็ย่อมถึงความตายเป็นธรรมดา แท้จริงแล้ว กายนี้ย่อมตายเหมือนกับกายนั้น ไม่ล่วงความเป็นอย่าง'''” ในที่นี้คำว่า '''อสุภะ''' และ '''ปฏิกูล''' นั้น เป็นไวพจน์ของกันและกัน *** '''ที่มา:''' * ที.ม. ๓๗๒ (สติปัฏฐานสูตร) * ม. มู. ๑๐๕ (มหาสติปัฏฐานสูตร) * วิสุทธิ. อนุสสติกัมมัฏฐานนิเทศ. ๑๖๘ (กถาว่าด้วยมรณสติ)