'''เจริญเมตตา''' { หน้า ๑๔๙ } ด้วยเหตุนี้ จึงจะสามารถพัฒนาจิตใจที่ปรารถนาความสุขและความเจริญของสัตว์อื่นให้งอกงามขึ้นได้ สมจริงดังที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า “สพฺพา ทิสา อนุปริคมฺม เจตสา เนวชฺฌคา ปิยตรมตฺตนา กฺวจิ. เอว ปิโย ปุถุ อตฺตา ปเรส ตสฺมา น หึเส ปรมตฺตกาโม”ติ (แปลความ) บุคคลตั้งใจค้นหาทั่วทุกทิศ ก็ไม่พบใครที่ไหนซึ่งเป็นที่รักยิ่งกว่าตนเลย สัตว์เหล่าอื่นก็รักตนมากเช่นนั้นเหมือนกัน เพราะฉะนั้น ผู้รักตนจึงไม่ควรเบียดเบียนผู้อื่น ดังนั้น เพื่อทำตนให้เสมอกับคนอื่นด้วยวิธีนี้ และยังใจให้อ่อนโยนมีเมตตา ก่อนอื่น พึงเจริญเมตตาต่อตนเองด้วยความคิด ๔ อย่างดังต่อไปนี้ ๑. ขอให้ข้าพเจ้าเป็นผู้ไม่มีเวร ('''อเวโร โหมิ''') ๒. ขอให้ข้าพเจ้าเป็นผู้ไม่มีความทุกข์ใจ ('''อพฺยาปชฺโฌ โหมิ''') ๓. ขอให้ข้าพเจ้าเป็นผู้ไม่มีความทุกข์กาย ('''อนีโฆ โหมิ''') ๔. ขอให้ข้าพเจ้าบริหารตนให้เป็นผู้มีความสุขกายสุขใจอยู่เถิด ('''สุขี อตฺตาน ปริหรามิ''') ถ้าใจอ่อนโยน มีเมตตา ประกอบด้วยความเข้าใจและเห็นใจผู้อื่น ก็จะไม่ลำบากในการเจริญเมตตาต่อบุคคลอื่น ดังนั้น จึงสำคัญที่จะเจริญเมตตาต่อตนเอง (ส.ส.๑๑๙ มัลลิกาสูตร)