==== วิธีเจริญพรหมวิหาร ๔ และอารักขกรรมฐาน – วิธีเจริญเมตตา (หน้า ๑๔๘) ==== '''๔. ผู้เป็นคู่เวร (เวรีปุคคฺค)''' แต่ในเบื้องต้นนี้ พึงเจริญเมตตาต่อบุคคล '''๒ จำพวกแรก''' เท่านั้น คือตนเอง และผู้ที่ตนชอบใจและเคารพ ในเบื้องต้น ไม่พึงเจริญเมตตาต่อบุคคลต่อไปนี้ คือ ผู้ไม่เป็นที่รัก ('''อปิยปุคคฺค'''), ผู้เป็นที่รักอย่างยิ่ง ('''อติปฺปิยสหายกปุคคฺค'''), ผู้เป็นกลาง ๆ ('''มัชฌัตตปุคคฺค''') และผู้เป็นคู่เวร ('''เวรีปุคคฺค''') ผู้ไม่เป็นที่รัก ก็คือผู้ไม่ทาประโยชน์ให้แก่โยคี หรือแก่คนที่โยคีชอบใจ ผู้เป็นคู่เวรก็คือบุคคลที่ทาความเสื่อมเสียให้แก่โยคี หรือแก่คนที่โยคีชอบใจ ในเบื้องต้น การเจริญเมตตาต่อบุคคลทั้ง '''สองจำพวกนี้''' เป็นเรื่องยาก เพราะความโกรธอาจเกิด อนึ่ง การเจริญเมตตาต่อบุคคลผู้ที่โยคีมีความรู้สึกเป็นกลาง ๆ ก็ยากเช่นกัน ในกรณีผู้เป็น'''ที่รักอย่างยิ่ง''' โยคีอาจติดข้องกับผู้นั้นมากเกินไป เต็มไปด้วยความห่วงใยและความเศร้าโศก จนอาจร้องไห้เมื่อได้ยินว่ามีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับผู้นั้น ดังนั้น บุคคลทั้ง ๔ ประเภทนี้ไม่ควรเจริญเมตตาให้ในเบื้องต้น แต่เมื่อได้เมตตาฌานแล้ว ก็จะเจริญเมตตาในบุคคลเหล่านั้นได้ โยคีไม่อาจได้ฌานโดยมีตนเองเป็นอารมณ์แม้จะเจริญเมตตากรรมฐานนั้นตั้งร้อยปี ดังนั้น เหตุใดจึงต้องเริ่มเจริญเมตตาให้ตนเองก่อน ไม่ใช่เพื่อจะได้แม้แต่อุปจารสมาธิ แต่เพราะเมื่อเจริญเมตตาให้ตนเองด้วยคิดว่า “ขอให้ข้าพเจ้ามีความสุข” ก็ย่อมทำให้ตนเสมอกับคนอื่นได้ คือเห็นว่า ตนเองต้องการความสุข ปราศจากความทุกข์ มีอายุยืน และไม่อยากตายฉันใด แม้สัตว์อื่นทั้งหมดก็ต้องการความสุข ปราศจากความทุกข์ มีอายุยืน และไม่อยากตายฉันนั้นเหมือนกัน วิธีเจริญพรหมวิหาร ๔ และอารักขกรรมฐาน – วิธีเจริญ...