==== คาถามและคาตอบ ๒ === '''คาถาม ๒.๓''' – การกำหนดรู้ปฏิจจสมุปบาทวิธีที่ ๑ และวิธีที่ ๕ { หน้า ๑๔๓ } รูปและเหตุของนามรูป หากไม่รู้แจ้งนามรูปและเหตุของนามรูป จะจะรู้ได้อย่างไรว่า นามรูปนั้นไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และเป็นอนัตตา จะปฏิบัติวิปัสสนาได้อย่างไร ต่อเมื่อกาหนดรู้นามรูปและเหตุของนามรูปอย่างถี่ถ้วนแล้วเท่านั้น จึงจะเจริญวิปัสสนาได้ นามรูปและเหตุของนามรูปจัดเป็น '''สังขาร''' สังขารดับไปทันทีที่เกิดขึ้น ซึ่งแสดงถึงความไม่เที่ยง เกิดขึ้นและดับไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแสดงถึงความเป็นทุกข์ ไร้อัตตาและแก่นสารอันมั่นคงทลายไม่ได้ ซึ่งแสดงถึงความเป็นอนัตตา ต้องรอบรู้ความไม่เที่ยง ความเป็นทุกข์ และความเป็นอนัตตาอย่างนี้ จึงจะเป็นวิปัสสนาที่แท้จริง ดังนั้น ก่อนวิปัสสนา เราจึงสอนโยคีให้กาหนดรู้นามรูปและปฏิจจสมุปบาท อรรถกถาอธิบายว่า “อนิจฺจนฺติ ปญฺจกฺขนฺธา” และ “อนิจฺจนฺติ ขนฺธปญฺจก” ซึ่งหมายความว่า “ชื่อว่า อนิจจัง (ความไม่เที่ยง) คือ ขันธ์ ๕” โดยกล่าวอีกนัยหนึ่ง ขันธ์ ๕ ก็คือ นามรูปและเหตุของนามรูป ดังนั้น จะเป็นวิปัสสนาที่แท้จริงได้ ก็จะต้องรู้ขันธ์ ๕ พร้อมทั้งเหตุของขันธ์ ๕ พระพุทธเจ้าทรงสอนตามจริตของผู้ฟัง ทรงสอนวิธี ๔ อย่างในการกาหนดรู้ปฏิจจสมุปบาท ในปฏิปัสมฺภิทามรรคก็ยังกล่าวอีกวิธีหนึ่ง รวมทั้งหมดเป็น ๕ วิธี วิธีแรกที่ทรงสอนก็คือการกาหนดรู้ปฏิจจสมุปบาทโดยอนุโลม (คือเริ่มจากต้นไปหาปลาย) *** *วิสุทธิ.อนุสสติกัมมัฏฐาน.๒๓๖ (กถาว่าด้วยอานาปานสติ)* *วิสุทธิ.ปฏิปทาญาณทัสสนวิสุทธิ.๗๔๐ (กถาว่าด้วยอุทยัพพยญาณที่พ้นจากอุปกิเลส)* *ขุ.ปฏิ.๔๕ (ธัมมัฏฐิติญาณนิทเทส)*