====== วิธีเจริญอานาปานสติจนถึงอัปปนา – วิธีเจริญอานาปานสติ ====== '''๓. วิริยสัมโพชฌงค์''' – คือการประสานโพชฌงค์ ๗ เข้าด้วยกัน และรักษาดุลยภาพขององค์ ๗ ให้ดำรงอยู่กับปฏิภาคนิมิต และโดยเฉพาะแล้ว เสริมกำลังตนเองและธัมมวิจยสัมโพชฌงค์ '''๔. ปีติสัมโพชฌงค์''' – คือความเบิกบานใจเมื่อประสบกับปฏิภาคนิมิต '''๕. ปัสสัทธิสมฺโพชฌงค์''' – คือความสงบของจิตและเจตสิกซึ่งเกิดร่วมกันโดยมีปฏิภาคนิมิตเป็นอารมณ์ '''๖. สมาธิสัมโพชฌงค์''' – คือความมีอารมณ์เดียวของจิตที่ปฏิภาคนิมิต '''๗. อุเบกขาสัมโพชฌงค์''' – คือความสม่าเสมอของจิตโดยไม่มีทั้งราคะหรือปฏิฆะกับปฏิภาคนิมิต *** โยคีต้องพัฒนาและปรับความสมดุลของโพชฌงค์ทั้ง ๗ ถ้าวิริยะไม่เพียงพอ จิตก็จะตกไปจากอารมณ์กรรมฐาน ซึ่งในที่นี้ก็คือปฏิภาคนิมิต ดังนั้น จึงไม่ควรเจริญปัสสัทธิ สมาธิ และอุเบกขา แต่ควรเจริญธัมมวิจยะ วิริยะ และปีติแทน ถ้าได้เช่นนี้ ก็จะสามารถยกจิตขึ้นสู่กรรมฐานได้อีก เมื่อมีวิริยะมากเกินไป จิตก็จะฟุ้งซ่านไม่สงบ ดังนั้น จึงต้องทำสิ่งที่ตรงกันข้ามกับนัยก่อน คือไม่เจริญธัมมวิจยะ วิริยะ และปีติ แต่เจริญปัสสัทธิ สมาธิ และอุเบกขา เมื่อได้เช่นนี้ จิตที่ฟุ้งซ่านไม่สงบก็จะกลับกลายเป็นสมานและสงบ นี่เป็นวิธีปรับอินทรีย์ ๕ และโพชฌงค์ ๗ ให้สมดุลกัน *** '''วิธีบรรลุฌาน''' เมื่ออินทรีย์ ๕ คือศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ และปัญญา ได้พัฒนามาเพียงพอแล้ว สมาธิก็จะลุล่วงผ่านอุปจารสมาธิไปจนถึงฌาน คืออัปปนาสมาธิ เมื่อบรรลุ...