==== อารัมภบท – ทาอย่างไรจึงจะรู้และเห็นนิโรธอริยสัจ (หน้า ๕๙) ==== จากปัจจุบัน จนกระทั่งถึงขณะเกิดในชาตินี้ จนกระทั่งถึงขณะตายในชาติที่แล้ว และย้อนกลับต่อ ๆ ไปโดยวิธีเดียวกันหลายภพชาติเท่าที่จะสามารถกำหนดรู้ได้ แล้วต่อจากนั้นก็ย่อมมองไปในอนาคตได้ด้วย จนกระทั่งถึงเวลาที่ตนปรินิพพาน โยคีจะระบุเหตุและผลได้โดยดูองค์ประกอบแต่ละอย่างของนามรูป ในช่วงที่โยคีปฏิบัติอย่างขยันหมั่นเพียร และด้วยจิตบริสุทธิ์อันมีกำลังจากสมาธิที่มั่นคง มีกำลัง อยู่กับการปฏิบัติที่'''สุขุมลุ่มลึก'''เพื่อกำหนดนามรูปปรมัตถ์ ก็จะเห็นว่า ในอนาคตมีการถึงความดับสนิท คือพระนิพพาน ทว่าเมื่อโยคีหยุดภาวนา เป็นต้น เหตุปัจจัยย่อมเปลี่ยนไป โดยผลในอนาคตก็จะเปลี่ยนไปด้วย มีตัวอย่างในเรื่องนี้เช่นมหาธนะผู้เป็นบุตรเศรษฐีและภรรยาของเขา ทั้งสองได้รับมรดกมหาศาล แต่มหาธนะถลุงทรัพย์นั้นกับสุราและการบันเทิง ในที่สุดทั้งเขาและภรรยาก็หมดตัว จึงต้องมาขอทานอยู่ตามถนน พระพุทธเจ้าได้ทรงอธิบายแก่ท่านพระอานนท์ว่า ถ้ามหาธนะได้บวชเป็นพระภิกษุเมื่อเยาว์วัย ก็จะได้เป็นพระอรหันต์ ถ้าได้บวชเมื่อวัยกลางคนก็จะได้เป็นพระอนาคามี และถ้าได้บวชเมื่อวัยชรา ก็จะได้เป็นพระสกทาคามี นี้เป็นบารมีที่เขาได้สั่งสมไว้แล้ว แต่เพราะเหตุแห่งสุรา เขาจึงไม่ได้อะไรเลย และบัดนี้จึงกลายเป็นคนขอทาน นี่แสดงว่าอนาคตของเรานั้น'''กำลังกำหนด'''อยู่ตลอดเวลาด้วยการกระทำใน'''ปัจจุบัน'''ของเรานี้ ดูรายละเอียดที่หัวข้อ “วิธีกำหนดรู้อนาคต” หน้า 327 และตาราง ๑๐ – จุติและปฏิสนธิ หน้า 330 ขุ. ธรรมบท. มหาธนเสฏฐิปุตตวัตถุ ข้อ ๑๕๕