'''อารัมภบท – วิธีรู้และเห็นทุกข์อริยสัจและสมุทัยอริยสัจ''' { หน้า ๔๕ } '''๒. ธาตุน้ำ (อาโปธาตุ)''' '''๓. ธาตุไฟ (เตโชธาตุ)''' '''๔. ธาตุลม (วาโยธาตุ)''' การเริ่มที่รูปของตนเป็นเรื่องง่ายกว่า เพราะการรู้ว่ารูปของตนเย็นหรือร้อน อ่อนหรือแข็ง ย่อมง่ายกว่าการรู้รูปภายนอกเช่นรูปของสัตว์อื่น แต่เมื่อโยคีชำนาญในการกำหนดรู้รูปภายในแล้ว ก็จะต้องกำหนดรู้เช่นกันซึ่งรูปที่เหลืออีก ๑๐ กองที่พระพุทธเจ้าทรงแจกแจงไว้ คือ อดีต อนาคต ปัจจุบัน ภายนอก หยาบ ละเอียด ทราม ประณีต ไกล และใกล้ พระพุทธเจ้าทรงสอนจตุธาตุวัฏฐานเพื่อให้เราสามารถรู้และเห็นรูปปรมัตถ์ เริ่มแรก โยคีจะพัฒนาสมรรถภาพในการรู้และเห็นลักษณะต่างๆ ของธาตุทั้ง ๔ ในร่างกายตนเองโดยรวมกันเป็นกลุ่มก้อน เมื่อชำนาญและสมาธิดีขึ้น ในที่สุดก็จะสามารถเห็นรูปกลาป จากนั้นโดยใช้แสงสว่างแห่งสมาธิที่ได้เจริญแล้ว ก็จะสามารถชาญแรกความหลงผิดในฆนะ (คือความหลงผิดว่าเป็นกลุ่มก้อน) แทงตลอดรูปปรมัตถ์ สามารถรู้และเห็น สามารถระบุและจำแนกรูปแต่ละอย่างที่อยู่ในรูปกลาปชนิดต่างๆ *ดู “ขันธสูตร” ที่กล่าวถึงในหน้า ๒๕.* *ดูรายละเอียดเกี่ยวกับความหลงผิดในฆนะในคาถามและคาตอบ ๑.๓ หน้า ๑๐๐ และหัวข้อ “วิธีแยกแยะรูปกลาป” ในหน้า ๒๒๐*