ความแตกต่าง

นี่เป็นการแสดงความแตกต่างระหว่างเพจสองรุ่น

Link to this comparison view

Next revision
Previous revision
วิสุทธิมรรค_01-2_สีลนิทเทส [2020/06/27 16:27]
127.0.0.1 แก้ไขภายนอก
วิสุทธิมรรค_01-2_สีลนิทเทส [2021/01/02 20:14] (ฉบับปัจจุบัน)
บรรทัด 1: บรรทัด 1:
-{{wst>วสธมฉปส head|}} +{{template:วสธมฉปส head|}} 
-{{wst>​วสธมฉปส ​sidebar}}+{{template:บับรับำนวน head|}}
  
 <​sub><​fs smaller>''​(หน้าที่ 9)''</​fs></​sub>​ <​sub><​fs smaller>''​(หน้าที่ 9)''</​fs></​sub>​
บรรทัด 8: บรรทัด 8:
 ก็แหละ ​ '''​วิสุทธิมัคค''' ​ คือทางแห่งวิสุทธินี้ ​ แม้ว่าพระผู้มีพระภาคจะได้ทรงแสดงโดยมุขคือศีลสมาธิปัญญาอันสงเคราะห์ด้วยคุณธรรมเป็นอเนกประการ ​ ดังที่พรรณนามาแล้วก็ตาม ​ นับว่าทรงแสดงไว้อย่างย่อมาก ​ เหตุนั้น ​ จึงยังไม่เพียงพอเพื่อความเป็นอุปการะแก่เวไนยสัตว์ทั่ว ๆ ไป ​ ดังนั้น ​ เพื่อจะพรรณนาความแห่งวิสุทธิมัคคนั้นอย่างพิสดาร ​ ขอตั้งปัญหากรรมปรารภถึงศีล ​ เป็นประการแรก ​ ดังนี้ – ก็แหละ ​ '''​วิสุทธิมัคค''' ​ คือทางแห่งวิสุทธินี้ ​ แม้ว่าพระผู้มีพระภาคจะได้ทรงแสดงโดยมุขคือศีลสมาธิปัญญาอันสงเคราะห์ด้วยคุณธรรมเป็นอเนกประการ ​ ดังที่พรรณนามาแล้วก็ตาม ​ นับว่าทรงแสดงไว้อย่างย่อมาก ​ เหตุนั้น ​ จึงยังไม่เพียงพอเพื่อความเป็นอุปการะแก่เวไนยสัตว์ทั่ว ๆ ไป ​ ดังนั้น ​ เพื่อจะพรรณนาความแห่งวิสุทธิมัคคนั้นอย่างพิสดาร ​ ขอตั้งปัญหากรรมปรารภถึงศีล ​ เป็นประการแรก ​ ดังนี้ –
  
-==คำถามเรื่องศีล==+=คำถามเรื่องศีล=
  
 1.  อะไร ​ ชื่อว่าศีล 1.  อะไร ​ ชื่อว่าศีล
บรรทัด 22: บรรทัด 22:
 6.  อะไร ​ เป็นความเศร้าหมองของศีล ​ และ อะไร ​  ​เป็นความผ่องแผ้วของศีล 6.  อะไร ​ เป็นความเศร้าหมองของศีล ​ และ อะไร ​  ​เป็นความผ่องแผ้วของศีล
  
-==คำตอบเรื่องศีล==                                                ​+=คำตอบเรื่องศีล= ​                                               ​
  
-===อะไร ​ ชื่อว่าศีล===+==อะไร ​ ชื่อว่าศีล==
  
 ในปัญหากรรมเหล่านั้น ​ มีคำวิสัชนาดังต่อไปนี้ - ในปัญหากรรมเหล่านั้น ​ มีคำวิสัชนาดังต่อไปนี้ -
บรรทัด 58: บรรทัด 58:
 การวิสัชนาปัญหาข้อว่า ​ อะไรชื่อว่าศีล ​ ประการแรก ​ ยุติด้วยประการฉะนี้ การวิสัชนาปัญหาข้อว่า ​ อะไรชื่อว่าศีล ​ ประการแรก ​ ยุติด้วยประการฉะนี้
  
-===อะไรเป็นสภาวะของคำว่าศีล?​===+==อะไรเป็นสภาวะของคำว่าศีล?​==
  
 จะวิสัชนาปัญหาข้อที่เหลือต่อไปดังนี้ - ปัญหาข้อว่า ​ ที่ชื่อว่าศีลเพราะอรรถว่ากระไร ​ วิสัชนาว่า ​ ที่ชื่อว่าศีลเพราะอรรถว่า ​ ความปกติ ​ ถาม – ที่ว่าความปกตินี้คืออย่างไร ? ตอบ – อย่างหนึ่ง ​  ​คือ ​ ความทรงอยู่ที่เรียบร้อย ​ หมายความว่า ​ ความเป็นผู้มีกริยาทางกายเป็นต้นไม่เกะกะด้วยอำนาจความสุภาพเรียบร้อย ​ อีกอย่างหนึ่ง ​ คือ ​ ความรองรับ ​ หมายความว่า ​ ภาวะที่รองรับด้วยสามารถเป็นฐานรองรับกุศลธรรมทั้งหลายก็แหละความหมาย 2 อย่างนี้เท่านั้นใน สีล ศัพท์นี้ ​ บรรดาอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญในลักษณะของศัพท์รับรองต้องกัน ​ ส่วนอาจารย์ฝ่ายอื่นพรรณนาความหมายใน สีล ศัพท์นี้ไว้แม้โดยนัยมีอาทิอย่างนี้ว่า ​ ความหมายแห่งสีล ศัพท์ ​ หมายความว่า ยอด ​ ความหมายแห่งสีลศัพท์ ​ หมายความว่า ​ เย็น ​ ฉะนี้ ​   ( ฉบับพม่า ​ บาลีเป็น – สิรฏฺโฐ ​ สีลตฺโถ, ​ สีตลฏฺโฐ ​ สีลตฺโถ –แปลตามนี้ ) จะวิสัชนาปัญหาข้อที่เหลือต่อไปดังนี้ - ปัญหาข้อว่า ​ ที่ชื่อว่าศีลเพราะอรรถว่ากระไร ​ วิสัชนาว่า ​ ที่ชื่อว่าศีลเพราะอรรถว่า ​ ความปกติ ​ ถาม – ที่ว่าความปกตินี้คืออย่างไร ? ตอบ – อย่างหนึ่ง ​  ​คือ ​ ความทรงอยู่ที่เรียบร้อย ​ หมายความว่า ​ ความเป็นผู้มีกริยาทางกายเป็นต้นไม่เกะกะด้วยอำนาจความสุภาพเรียบร้อย ​ อีกอย่างหนึ่ง ​ คือ ​ ความรองรับ ​ หมายความว่า ​ ภาวะที่รองรับด้วยสามารถเป็นฐานรองรับกุศลธรรมทั้งหลายก็แหละความหมาย 2 อย่างนี้เท่านั้นใน สีล ศัพท์นี้ ​ บรรดาอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญในลักษณะของศัพท์รับรองต้องกัน ​ ส่วนอาจารย์ฝ่ายอื่นพรรณนาความหมายใน สีล ศัพท์นี้ไว้แม้โดยนัยมีอาทิอย่างนี้ว่า ​ ความหมายแห่งสีล ศัพท์ ​ หมายความว่า ยอด ​ ความหมายแห่งสีลศัพท์ ​ หมายความว่า ​ เย็น ​ ฉะนี้ ​   ( ฉบับพม่า ​ บาลีเป็น – สิรฏฺโฐ ​ สีลตฺโถ, ​ สีตลฏฺโฐ ​ สีลตฺโถ –แปลตามนี้ )
  
-===อะไรเป็นลักษณะ,​รส,​ ปัจจุปัฏฐาน,​ ปทัฎฐานของศีล?​===+==อะไรเป็นลักษณะ,​รส,​ ปัจจุปัฏฐาน,​ ปทัฎฐานของศีล?​==
  
 ลำดับนี้ ​ จะวิสัชนาปัญหาข้อที่ว่า ​ อะไรเป็นลักษณะ, ​ เป็นรส, ​ เป็นอาการปรากฎและเป็นปทัฎฐานของศีล ​ ต่อไปดังนี้ - ลำดับนี้ ​ จะวิสัชนาปัญหาข้อที่ว่า ​ อะไรเป็นลักษณะ, ​ เป็นรส, ​ เป็นอาการปรากฎและเป็นปทัฎฐานของศีล ​ ต่อไปดังนี้ -
บรรทัด 80: บรรทัด 80:
  
  
-===ศีลมีอานิสงส์อย่างไร===+==ศีลมีอานิสงส์อย่างไร==
  
 ปัญหาข้อว่า ​ ศีลมีอานิสงส์อย่างไร ​ วิสัชนาว่า ​ ศีลนั้นมีอันได้ซึ่งคุณเป็นอันมากมีความไม่เดือดร้อนเป็นต้นเป็นอานิสงส์ ​ สมดังพระพุทธพจน์ที่ตรัสไว้ว่า ​ "​ดูก่อนอานันทะ ​ กุศลศีลมีความไม่เดือดร้อนเป็นผล ​ มีความไม่เดือดร้อนเป็นอานิสงส์แล"​ ปัญหาข้อว่า ​ ศีลมีอานิสงส์อย่างไร ​ วิสัชนาว่า ​ ศีลนั้นมีอันได้ซึ่งคุณเป็นอันมากมีความไม่เดือดร้อนเป็นต้นเป็นอานิสงส์ ​ สมดังพระพุทธพจน์ที่ตรัสไว้ว่า ​ "​ดูก่อนอานันทะ ​ กุศลศีลมีความไม่เดือดร้อนเป็นผล ​ มีความไม่เดือดร้อนเป็นอานิสงส์แล"​
  
-<​sub><​fs smaller>''​(หน้าที่ 13)''</​fs></​sub>​+<​sub><​fs smaller>''​(หน้าที่ 13)''</​fs></​sub=>
  
 ยังมีพระพุทธพจน์ที่ตรัสไว้อย่างอื่นอีกว่า – ดูก่อนคหบดีทั้งหลาย ​ อานิสงส์ของศีลสมบัติของบุคคลผู้มีศีล ​ มี 5 ประการเหล่านี้ ​ อานิสงส์ 5 ประการนั้น ​ คืออะไรบ้าง ? ยังมีพระพุทธพจน์ที่ตรัสไว้อย่างอื่นอีกว่า – ดูก่อนคหบดีทั้งหลาย ​ อานิสงส์ของศีลสมบัติของบุคคลผู้มีศีล ​ มี 5 ประการเหล่านี้ ​ อานิสงส์ 5 ประการนั้น ​ คืออะไรบ้าง ?
บรรทัด 121: บรรทัด 121:
  
 นักศึกษาพึงทราบกถามุขอันแสดงถึงอานิสงส์ของศีล ​ อันเป็นมูลรากแห่งคุณทั้งหลาย ​ และเป็นเครื่องทำลายกำลังแห่งโทษทั้งหลาย ​ ด้วยประการดังพรรณนามาฉะนี้แล นักศึกษาพึงทราบกถามุขอันแสดงถึงอานิสงส์ของศีล ​ อันเป็นมูลรากแห่งคุณทั้งหลาย ​ และเป็นเครื่องทำลายกำลังแห่งโทษทั้งหลาย ​ ด้วยประการดังพรรณนามาฉะนี้แล
- 
-===ศีลมีกี่อย่าง=== 
- 
-ลำดับนี้ ​ จะวิสัชนาในปัญหากรรมข้อที่ข้าพเจ้ากล่าวไว้ว่า ​ ศีลนี้มีกี่อย่าง ต่อไปนี้ 
- 
-ศีลนี้สิ้นทั้งมวล ​ ชื่อว่า ​ มีอย่างเดียว ​ ด้วยลักษณะคือความปกติของตน ​ เป็นประการแรก 
  
 <​sub><​fs smaller>''​(หน้าที่ 15)''</​fs></​sub>​ <​sub><​fs smaller>''​(หน้าที่ 15)''</​fs></​sub>​
  
-ศีล ​2 อย่างหวดท่ 1 โดยแยเป็น ​ จาริตตศล 1 วาริตตศีล 1, ศีล 2 อยาง ​ หมวดที่ 2 โดยแยกเป็น ​ อาภิสมาจาริกศีล 1 อาทิพรหมจริยกศีล 1, ศีล 2 อย่าง ​ ​หมวดที่ 3 โดยแยกเป็น ​ วิรติศีล 1 อวิรติศีล 1, ศีล 2 อย่างหมวดที่ 4 โดยแยกเป็น ​ นิสสิตศีล 1 อนิสสิตศีล 1, ศีล 2  อย่างหมวดที่ 5 โดยแยกเป็น ​ กาลปริยันตศีล 1 อาปาณโกฏิกศีล 1, ศีล 2 อย่างหมวดที่ 6 โดยแยกเป็น ​ สปริยันตศีล 1 อปริยันตศีล 1, ศีล 2 อย่างหมวดที่ 7 โดยแยกเป็น ​ โลกิยศีล 1 โลกุตตรศีล 1+==ศีลมีกี่อย่าง==
  
-ศีล 3 อย่างหมว่ 1 โดยแยกเป็น ​ หีนศีล 1 มัชฌิมศีล 1 ปณีตศีล 1 , ศีล ​ 3 อย่งหมวดที่ 2 โดยแยกเป็น  ​อัตตาธิไตยศีล 1 โลกาธิปไตยศีล 1 ธมมธิปไตยศีล 1, ศีล 3  อย่างหมวดที่ 3 โดยแยเป็น ​ ปามัฏฐศีล 1 อปัฏฐศีล 1 ปฏิปัสสัทธิศีล 1, ศีล 3 ย่างหมวดที่ ​4 โดยแยกเป็น ​ วิสุทธศีล 1 อวิสุทธศีล 1 เวมติกศีล 1, ศีล 3 อย่งหมวดที่ 5 โดยแยกป็น ​ เสกขศีล 1 เนวเสกขนาเสขศีล +ับน้  จะวิสัชนปัญหากรรมข้อที่ข้จ้ากล่าวไว้ว่า ​ ศีลนีมีอย่าง ต่อปนี
- +
-ศีล 4 อย่างหมดที่ 1 โดยแยกเป็น ​ หาภาคิยศีล 1 ฐิติภาคิยศีล 1 ิเสสภาคิยศีล 1 นิพเพธภาคิยศีล 1, ศีล 4 อย่างหมวดที่ 2 โดยแยกเป็น ​ ภิกขุศีล ​1 ภิกขุนีศีล 1 อนุปสัปันนศล 1 คหัฏฐศล 1, ศีล 4 อย่างหมวดที่ 3 โดยแยกเป็น ​ ปกิศีล 1  ธัมมตาศีล 1  ปุพพเหตุกศีล 1,  ศีล 4 อยางหมวดที่ 4  โดยแยกเป็น ​ ปาติโมกขสังวรศีล 1  ​ินทรียสังวรศีล 1  อาชีวาริสุทธิศีล 1  ปัจจยสันิสสิตศล 1+
  
-ศีล 5 อย่างหมวดที่ 1  โดยแยกเป็น ​ ปริยันตปาริสุทธิศีลเป็นต้น ​ ข้อนี้สมจริงดังที่ท่านพระธรรมเสนาบดีสารีปุตตะแสดงไว้ในคัมภีร์ปฏิสัมภิทามัคค์ว่า ​ "​ศีล 5 อย่าง ​ คือ ​ ปริยันตปาริสุทธิศีล 1  อปริยันตปาริสุทธิศีล 1  ปริปุณณปาริสุทธิศีล 1  อปรามัฏฐปาริสุทธิศีล 1 ปฏิปัสสัทธิปาริสุทธิศีล 1", ศีล 5 อย่างหมวดที่ 2 โดยแยกเป็น ปหานศีล 1 เวรมณีศีล 1  เจตนาศีล 1  สังวรศีล 1  อวีติกกมศีล 1+#​ศีลนี้สิ้นทั้งมวล ชื่อว่า มีอย่างเดียว ด้วยลักษณะคือความปกติของตน เป็นประการแรก 
 +#ศีล 2 อย่าง หมวดที่ 1 โดยแยกเป็น จาริตตศีล 1 วาริตตศีล 1,  
 +#ศีล 2 อย่าง หมวดที่ 2 โดยแยกเป็น อาภิสมาจาริกศีล 1 อาทิพรหมจริยกศีล 1,  
 +#ศีล 2 อย่าง หมวดที่ 3 โดยแยกเป็น วิรติศีล 1 อวิรติศีล 1,  
 +#ศีล 2 อย่าง หมวดที่ 4 โดยแยกเป็น นิสสิตศีล 1 อนิสสิตศีล 1,  
 +#ศีล 2 อย่าง หมวดที่ 5 โดยแยกเป็น กาลปริยันตศีล 1 อาปาณโกฏิกศีล 1,  
 +#ศีล 2 อย่าง หมวดที่ 6 โดยแยกเป็น สปริยันตศีล 1 อปริยันตศีล 1,  
 +#ศีล 2 อย่าง หมวดที่ 7 โดยแยกเป็น โลกิยศีล 1 โลกุตตรศีล 1 
 +#ศีล 3 อย่าง หมวดที่ 1 โดยแยกเป็น หีนศีล 1 มัชฌิมศีล 1 ปณีตศีล 1 ,  
 +#ศีล 3 อย่าง หมวดที่ 2 โดยแยกเป็น อัตตาธิปไตยศีล 1 โลกาธิปไตยศีล 1 ธัมมาธิปไตยศีล 1,  
 +#ศีล 3 อย่าง หมวดที่ 3 โดยแยกเป็น ปรามัฏฐศีล 1 อปรามัฏฐศีล 1 ปฏิปัสสัทธิศีล 1,  
 +#ศีล 3 อย่าง หมวดที่ 4 โดยแยกเป็น วิสุทธศีล 1 อวิสุทธศีล 1 เวมติกศีล 1,  
 +#ศีล 3 อย่าง หมวดที่ 5 โดยแยกเป็น เสกขศีล 1 เนวเสกขานาเสกขศีล 1 
 +#ศีล 4 อย่าง หมวดที่ 1 โดยแยกเป็น หาภาคิยศีล 1 ฐิติภาคิยศีล 1 วิเสสภาคิยศีล 1 นิพเพธภาคิยศีล 1,  
 +#ศีล 4 อย่าง หมวดที่ 2 โดยแยกเป็น ภิกขุศีล 1 ภิกขุนีศีล 1 อนุปสัมปันนศีล 1 คหัฏฐศีล 1,  
 +#ศีล 4 อย่าง หมวดที่ 3 โดยแยกเป็น ปกติศีล 1 ธัมมตาศีล 1 ปุพพเหตุกศีล 1,  
 +#ศีล 4 อย่าง หมวดที่ 4 โดยแยกเป็น ปาติโมกขสังวรศีล 1 อินทรียสังวรศีล 1 อาชีวปาริสุทธิศีล 1 ปัจจยสันนิสสิตศีล 1 
 +#ศีล 5 อย่าง หมวดที่ 1 โดยแยกเป็น ปริยันตปาริสุทธิศีลเป็นต้น ข้อนี้สมจริงดังที่ท่านพระธรรมเสนาบดีสารีปุตตะแสดงไว้ในคัมภีร์ปฏิสัมภิทามัคค์ว่า "​ศีล 5 อย่าง คือ ปริยันตปาริสุทธิศีล 1 อปริยันตปาริสุทธิศีล 1 ปริปุณณปาริสุทธิศีล 1 อปรามัฏฐปาริสุทธิศีล 1 ปฏิปัสสัทธิปาริสุทธิศีล 1", ​ 
 +#ศีล 5 อย่าง หมวดที่ 2 โดยแยกเป็น ปหานศีล 1 เวรมณีศีล 1 เจตนาศีล 1 สังวรศีล 1 อวีติกกมศีล 1
  
 <​sub><​fs smaller>''​(หน้าที่ 16) ''</​fs></​sub>​ <​sub><​fs smaller>''​(หน้าที่ 16) ''</​fs></​sub>​
  
-====อธิบายศีลหมวด 1====+===อธิบายศีลหมวด 1===
  
 ในบรรดาศีลเหล่านี้ ​ อรรถาธิบายในส่วนแห่งศีลมีอย่างเดียว ​ นักศึกษาพึงทราบ ​ โดยนัยที่ได้กล่าวมาแล้วนั่นเทียว ในบรรดาศีลเหล่านี้ ​ อรรถาธิบายในส่วนแห่งศีลมีอย่างเดียว ​ นักศึกษาพึงทราบ ​ โดยนัยที่ได้กล่าวมาแล้วนั่นเทียว
บรรทัด 148: บรรทัด 158:
 ศีล 2 อย่างโดยแยกเป็นจารีตตศีล ​ และ ​ วาริตตศีล ​ ยุติด้วยประการฉะนี้ ศีล 2 อย่างโดยแยกเป็นจารีตตศีล ​ และ ​ วาริตตศีล ​ ยุติด้วยประการฉะนี้
  
-====อธิบายศีลหมวด 2====+===อธิบายศีลหมวด 2===
  
 '''​อธิบายศีล 2  หมวดที่ 2'''​ '''​อธิบายศีล 2  หมวดที่ 2'''​
บรรทัด 200: บรรทัด 210:
 ศีล 2 อย่างโดยแยกเป็นโลกิยศีลและโลกุตตรศีล ​ ยุติด้วยประการฉะนี้ ศีล 2 อย่างโดยแยกเป็นโลกิยศีลและโลกุตตรศีล ​ ยุติด้วยประการฉะนี้
  
-====อธิบายศีลหมวด 3====+===อธิบายศีลหมวด 3===
  
 '''​อธิบายศีล 3 หมวดที่ 1'''​ '''​อธิบายศีล 3 หมวดที่ 1'''​
บรรทัด 244: บรรทัด 254:
 ส่วนในคัมภีร์ปฏิสัมภิทามัคค์ ​ ท่านพระธรรมเสนาบดีสารีปุตตะกล่าวไว้ว่า "​โดยที่แม้ความปกติของสัตว์นั้น ๆ ในโลก ​ ที่คนทั้งหลายอาศัยใช้พูดกันอยู่ว่า ​ "​คนนี้มีสุขเป็นปกติ ​ คนนี้มีทุกข์เป็นปกติ ​ คนนี้มีการทะเลาะเป็นปกติ ​ คนนี้ประดับตนเป็นปกติ" ​ ดังนี้ก็เรียกว่าศีล" ​ ฉะนั้น ​ โดยปริยายนั้น ​ ศีลก็มีอยู่ 3  อย่างคือ ​ กุศลศีล 1  อกุศลศีล 1  อัพยากตศีล 1  ศีล 3 อย่างโดยแยกเป็นกุศลศีลเป็นต้น ​ ยุติด้วยประการฉะนี้ ​ ในศีล 3 อย่างนั้น ​ อกุศลศีล ​ ย่อมเข้ากันไม่ได้กับอาการของศีลที่ประสงค์เอาในอรรถนี้มีลักษณะเป็นต้นแม้สักอาการเดียวดังนั้น ​ ข้าพเจ้าจึงมิได้ยกมาไว้ในอธิการนี้ ​ เพราะฉะนั้น ​ นักศึกษาพึงทราบภาวะที่ศีลนั้นมี 3 อย่าง ​ โดยนัยเท่าที่บรรยายมาแล้วเท่านั้น ส่วนในคัมภีร์ปฏิสัมภิทามัคค์ ​ ท่านพระธรรมเสนาบดีสารีปุตตะกล่าวไว้ว่า "​โดยที่แม้ความปกติของสัตว์นั้น ๆ ในโลก ​ ที่คนทั้งหลายอาศัยใช้พูดกันอยู่ว่า ​ "​คนนี้มีสุขเป็นปกติ ​ คนนี้มีทุกข์เป็นปกติ ​ คนนี้มีการทะเลาะเป็นปกติ ​ คนนี้ประดับตนเป็นปกติ" ​ ดังนี้ก็เรียกว่าศีล" ​ ฉะนั้น ​ โดยปริยายนั้น ​ ศีลก็มีอยู่ 3  อย่างคือ ​ กุศลศีล 1  อกุศลศีล 1  อัพยากตศีล 1  ศีล 3 อย่างโดยแยกเป็นกุศลศีลเป็นต้น ​ ยุติด้วยประการฉะนี้ ​ ในศีล 3 อย่างนั้น ​ อกุศลศีล ​ ย่อมเข้ากันไม่ได้กับอาการของศีลที่ประสงค์เอาในอรรถนี้มีลักษณะเป็นต้นแม้สักอาการเดียวดังนั้น ​ ข้าพเจ้าจึงมิได้ยกมาไว้ในอธิการนี้ ​ เพราะฉะนั้น ​ นักศึกษาพึงทราบภาวะที่ศีลนั้นมี 3 อย่าง ​ โดยนัยเท่าที่บรรยายมาแล้วเท่านั้น
  
-====อธิบายศีลหมวด 4====+===อธิบายศีลหมวด 4===
  
 '''​อธิบายศีล 4  หมวดที่ 1'''​ '''​อธิบายศีล 4  หมวดที่ 1'''​
บรรทัด 842: บรรทัด 852:
 ศีล 4 อย่างโดยแยกเป็นปาติโมกขสังวรศีลเป็นต้น ​ ยุติด้วยประการฉะนี้ ศีล 4 อย่างโดยแยกเป็นปาติโมกขสังวรศีลเป็นต้น ​ ยุติด้วยประการฉะนี้
  
-====อธิบายศีลหมวด 5====+===อธิบายศีลหมวด 5===
  
 '''​อธิบายศีล 5 อย่าง ​ หมวดที่ 1'''​ '''​อธิบายศีล 5 อย่าง ​ หมวดที่ 1'''​
บรรทัด 970: บรรทัด 980:
 ก็แหละ ​ การวิสัชนาปัญหาเหล่านี้ ​ คือ ​ อะไรชื่อว่าศีล 1  ที่ชื่อว่าศีลเพราะอรรถว่ากระไร 1 อะไรเป็นลักษณะ, ​ เป็นรส, ​ เป็นอาการปรากฎ ​ และเป็นปทัฎฐานของศีล 1  ศีลมีอานิสงส์อย่างไร 1  และศีลนี้มีกี่อย่าง 1  ดังนี้ ​ เป็นอันจบลงด้วยอรรถาธิบายเพียงเท่านี้ ก็แหละ ​ การวิสัชนาปัญหาเหล่านี้ ​ คือ ​ อะไรชื่อว่าศีล 1  ที่ชื่อว่าศีลเพราะอรรถว่ากระไร 1 อะไรเป็นลักษณะ, ​ เป็นรส, ​ เป็นอาการปรากฎ ​ และเป็นปทัฎฐานของศีล 1  ศีลมีอานิสงส์อย่างไร 1  และศีลนี้มีกี่อย่าง 1  ดังนี้ ​ เป็นอันจบลงด้วยอรรถาธิบายเพียงเท่านี้
  
-===อะไรเป็นความเศร้าหมองเป็นความผ่องแผ้วของศีล===+==อะไรเป็นความเศร้าหมองเป็นความผ่องแผ้วของศีล==
  
 ปัญหากรรมใดที่ข้าพเจ้ากล่าวมาแล้วว่า ​ อะไรเป็นความเศร้าหมองเป็นความผ่องแผ้วของศีล ​ นั้น ​ ข้าพเจ้าจะวิสัชนาในปัญหากรรมนั้นต่อไป ​ ดังนี้ -  ภาวะที่ศีลขาดเป็นต้น ​ เป็นความเศร้าหมองของศีล ​ ภาวะที่ศีลไม่ขาดเป็นต้นเป็นความผ่องแผ้วของศีล ปัญหากรรมใดที่ข้าพเจ้ากล่าวมาแล้วว่า ​ อะไรเป็นความเศร้าหมองเป็นความผ่องแผ้วของศีล ​ นั้น ​ ข้าพเจ้าจะวิสัชนาในปัญหากรรมนั้นต่อไป ​ ดังนี้ -  ภาวะที่ศีลขาดเป็นต้น ​ เป็นความเศร้าหมองของศีล ​ ภาวะที่ศีลไม่ขาดเป็นต้นเป็นความผ่องแผ้วของศีล
  
-====ความเศร้าหมองของศีล====+===ความเศร้าหมองของศีล===
  
 ก็แหละ ​ ภาวะที่ศีลขาดเป็นต้นนั้น ​ ท่านสงเคราะห์ด้วยความแตกซึ่งมีลาภและยศเป็นต้นเป็นเหตุอย่างหนึ่ง ​ ด้วยเมถุนสังโยค 7  ประการอย่างหนึ่ง ก็แหละ ​ ภาวะที่ศีลขาดเป็นต้นนั้น ​ ท่านสงเคราะห์ด้วยความแตกซึ่งมีลาภและยศเป็นต้นเป็นเหตุอย่างหนึ่ง ​ ด้วยเมถุนสังโยค 7  ประการอย่างหนึ่ง
บรรทัด 1010: บรรทัด 1020:
 นักศึกษาพึงทราบว่า ​ ภาวะที่ศีลขาดเป็นต้น ​ ท่านสงเคราะห์ด้วยความแตกซึ่ง ​ มีลาภเป็นต้นเป็นเหตุอย่างหนึ่ง ​ ด้วยเมถุนสังโยค 7  ประการอย่างหนึ่ง ​ ด้วยประการดังพรรณนามาฉะนี้ นักศึกษาพึงทราบว่า ​ ภาวะที่ศีลขาดเป็นต้น ​ ท่านสงเคราะห์ด้วยความแตกซึ่ง ​ มีลาภเป็นต้นเป็นเหตุอย่างหนึ่ง ​ ด้วยเมถุนสังโยค 7  ประการอย่างหนึ่ง ​ ด้วยประการดังพรรณนามาฉะนี้
  
-====ความผ่องแผ้วของศีล====+===ความผ่องแผ้วของศีล===
  
 ก็แหละ ​ ภาวะที่ศีลไม่ขาดเป็นต้น ​ ท่านสงเคราะห์ด้วยความไม่แตกแห่งสิกขาบททั้งหลายโดยสิ้นเชิง 1  ด้วยการกระทำคืนสิกขาบทที่ทำคืนได้ซึ่งแตกแล้ว 1  ด้วยความไม่มีเมถุนสังโยค 7  ประการ 1  ด้วยข้อปฏิบัติอื่น ๆ  คือความไม่เกิดขึ้นแห่งบาปธรรมทั้งหลายมี ​ อาทิ ​ เช่น ​ ความโกรธ ​ ความผูกโกรธ ​ ความลบหลู่ ​ ความริษยา ​ ความตระหนี่ ​ ความมารยา ​ ความโอ้อวด ​ ความหัวดื้อ ​ ความแข่งดี ​ ความถือตัว ​ ความดูหมิ่น ​ ความมัวเมา ​ ความเลินเล่อ 1  ด้วยความบังเกิดขึ้นแห่งคุณทั้งหลายมีอาทิเช่น ​ ความมักน้อย ​ ความสันโดษ ​ ความขัดเกลา 1 ก็แหละ ​ ภาวะที่ศีลไม่ขาดเป็นต้น ​ ท่านสงเคราะห์ด้วยความไม่แตกแห่งสิกขาบททั้งหลายโดยสิ้นเชิง 1  ด้วยการกระทำคืนสิกขาบทที่ทำคืนได้ซึ่งแตกแล้ว 1  ด้วยความไม่มีเมถุนสังโยค 7  ประการ 1  ด้วยข้อปฏิบัติอื่น ๆ  คือความไม่เกิดขึ้นแห่งบาปธรรมทั้งหลายมี ​ อาทิ ​ เช่น ​ ความโกรธ ​ ความผูกโกรธ ​ ความลบหลู่ ​ ความริษยา ​ ความตระหนี่ ​ ความมารยา ​ ความโอ้อวด ​ ความหัวดื้อ ​ ความแข่งดี ​ ความถือตัว ​ ความดูหมิ่น ​ ความมัวเมา ​ ความเลินเล่อ 1  ด้วยความบังเกิดขึ้นแห่งคุณทั้งหลายมีอาทิเช่น ​ ความมักน้อย ​ ความสันโดษ ​ ความขัดเกลา 1
บรรทัด 1062: บรรทัด 1072:
 ลงไป ​ บางทีก็ลอยขวางไป ​ นี้เป็นสิ่งประเสริฐหรือ ​ หรือว่าการที่ภิกษุผู้ทุศีลจะพึงใช้วิหารที่เขาให้ด้วยศรัทธา ​ ของเหล่ากษัตริย์มหาศาล ​ เหล่าพราหมณ์มหาศาล ​ หรือเหล่าคหบดีมหาศาล ​ เป็นสิ่งประเสริฐเล่าหนอ ​ ฯลฯ  ​ ลงไป ​ บางทีก็ลอยขวางไป ​ นี้เป็นสิ่งประเสริฐหรือ ​ หรือว่าการที่ภิกษุผู้ทุศีลจะพึงใช้วิหารที่เขาให้ด้วยศรัทธา ​ ของเหล่ากษัตริย์มหาศาล ​ เหล่าพราหมณ์มหาศาล ​ หรือเหล่าคหบดีมหาศาล ​ เป็นสิ่งประเสริฐเล่าหนอ ​ ฯลฯ  ​
  
-====คำบริกรรมโทษที่ทุศีล====+===คำบริกรรมโทษที่ทุศีล===
  
 เพราะเหตุนั้น ​ นักศึกษาพึงทราบการมองเห็นโทษในศีลวิบัติ ​ ด้วยการพิจารณามี ​ อาทิอย่างนี้ว่า เพราะเหตุนั้น ​ นักศึกษาพึงทราบการมองเห็นโทษในศีลวิบัติ ​ ด้วยการพิจารณามี ​ อาทิอย่างนี้ว่า
บรรทัด 1092: บรรทัด 1102:
 บุคคลอื่นใครเล่า ​ ที่จะเป็นที่ตั้งแห่งความกรุณาของบุคคลผู้มีความกรุณาเสมอเหมือนภิกษุผู้ทุศีล ​ โทษแห่งความเป็นผู้ทุศีลมีมากอย่างหลายประการดังพรรณนามา ​ ฉะนี้ บุคคลอื่นใครเล่า ​ ที่จะเป็นที่ตั้งแห่งความกรุณาของบุคคลผู้มีความกรุณาเสมอเหมือนภิกษุผู้ทุศีล ​ โทษแห่งความเป็นผู้ทุศีลมีมากอย่างหลายประการดังพรรณนามา ​ ฉะนี้
  
-====คำบริกรรมอานิสงส์ที่มีศีล====+===คำบริกรรมอานิสงส์ที่มีศีล===
  
 ส่วนการมองเห็นอานิสงส์ของศีลสมบัติ ​ โดยประการตรงกันข้ามจากประการที่กล่าวมาแล้ว ​ นักศึกษาพึงทราบดังต่อไปนี้ – ส่วนการมองเห็นอานิสงส์ของศีลสมบัติ ​ โดยประการตรงกันข้ามจากประการที่กล่าวมาแล้ว ​ นักศึกษาพึงทราบดังต่อไปนี้ –
บรรทัด 1136: บรรทัด 1146:
 '''​-----------------------------------'''​ '''​-----------------------------------'''​
  
-==ดูเพิ่ม==+=ดูเพิ่ม=
 *'''​[http://​www.84000.org/​tipitaka/​pitaka2/​sutta23.php ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค]'''​ *'''​[http://​www.84000.org/​tipitaka/​pitaka2/​sutta23.php ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค]'''​
 *'''​[[วิสุทธิมรรค ฉบับปรับสำนวน]] (สารบัญ)'''​ *'''​[[วิสุทธิมรรค ฉบับปรับสำนวน]] (สารบัญ)'''​