| การแก้ไขก่อนหน้าทั้งสองฝั่ง การแก้ไขก่อนหน้า การแก้ไขถัดไป | การแก้ไขก่อนหน้า |
| ลักขณาทิจตุกกะบาลี [2026/01/01 05:28] – dhamma | ลักขณาทิจตุกกะบาลี [2026/01/01 14:21] (ฉบับปัจจุบัน) – dhamma |
|---|
| | <blockquote>อรรถกถาถูกเรียบเรียงโดยผู้ทรงจำพระไตรปิฎกบาลี ที่ทำฌานและวิปัสสนามาอย่างชำนาญ, ผู้ที่ไม่ได้มีปกติคบหากัลยาณมิตรที่ชอบให้ทาน รักษาศีล ทำสมาธิ ท่องจำพระธรรม เจริญวิปัสสนา จึงไม่อาจเข้าใจได้ง่าย</blockquote> |
| | |
| '''ลักขณาทิจตุกกะบาลี ที่เกี่ยวข้อง''' | '''ลักขณาทิจตุกกะบาลี ที่เกี่ยวข้อง''' |
| |
| ถ้าอ่านทั้งหมดนี้ไม่เข้าใจ แสดงว่าโมหะมีกำลังมาก วิสุทธิมรรคและมหาสติปัฏฐานสูตร แนะนำโมหจริตบุคคลให้เจริญอานาปานัสสติให้ต่อเนื่องก่อน. ที่ท่านพระอาจารย์ใหญ่พะอ็อคตอยะชอบยกมาสอนสำหรับผู้ใหม่ ก็น่าจะเพราะเคร่งครัดในพระสูตรนี้. | * [[ลักขณาทิจตุกกะจากอัฏฐสาลินี]] |
| | * [[ลักขณาทิจตุกกะจากสัมโมหวิโนทนี]] |
| | * [[ลักขณาทิจตุกกะจากวิสุทธิมรรค]] |
| | |
| | ถ้าอ่านทั้งหมดนี้ไม่เข้าใจ แสดงว่าโมหะมีกำลังมาก วิสุทธิมรรคและมหาสติปัฏฐานสูตร แนะนำโมหจริตบุคคลให้เจริญอานาปานัสสติให้ต่อเนื่องก่อนจะทำกรรมฐานอื่นๆ. ที่ท่านพระอาจารย์ใหญ่พะอ็อคตอยะชอบยกมาสอนสำหรับผู้ใหม่ ก็น่าจะเพราะเคร่งครัดในพระสูตรนี้. |
| | |
| | พื้นฐานของการสละกิเลสในบ้านเรือนและทรัพย์สิน คือ อโลภะเจตสิกในโสภณจิตุปบาททุกดวง. มนุษย์ทุกคนล้วนเป็นผลของอโลภะเจตสิก จึงห้อมล้อมด้วยคนที่มีมนุษยธรรม ไม่ได้ออกล่ากันทุกผู้ทุกคนดุจสัตว์ป่า. หมายความว่า มนุษย์ทุกคนมีบุพเพกตปุญญตา ปฏิรูปเทสวาโสแล้ว มีพื้นฐานแล้วสำหรับโยนิโสมนสิการทำอัตตสัมมาปนิธิสัปปุริสูปนิสสย สปฺปุริสสํเสว กลฺลยาณมิตฺตตา เพื่อทำอเสวนา จ พาลานํ, ปณฺฑิตานญฺจ เสวนา, ปูชา จ ปูชนียานํ. อโลภะเจตสิกในชาติปัจจุบันฝึกฝนได้ด้วยการให้ การบอกบุญ การอนุโมทนาบุญ ความอ่อนน้อม การช่วยเหลือผู้อื่น ไม่มีใจอยากได้ของผู้อื่น การไม่ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งที่ไม่ตรงกับที่เกิดดับจริงๆ. ถามว่า ถ้าไม่ห้อมล้อมด้วยกัลยาณมิตร แล้วใครจะมาชักชวนอโลภะเจตสิกที่เป็นสสังขาริกให้เกิดขึ้นได้เล่า? คนจิตอ่อนแอจะทำอโลภะเจตสิกให้เกิดเองได้อย่างไร ถ้าไม่ขวนขวายหาเพื่อน จะมีบุญเกิดได้อย่างไรถ้าไม่มีเพื่อนชวนไปวัด ไม่มีเพื่อนชวนใส่ซอง ไม่มีเพื่อนชวนสวดมนต์ ไม่มีเพื่อนชวนรักษาศีล ไม่มีเพื่อนชวนนั่งสมาธิ? แค่เพื่อน รอบข้างยังมีอุปการะขนาดนี้ แล้วอาจารย์กรรมฐานดีๆ สักองค์ จะมีอุปการะขนาดไหน? |
| |
| พื้นฐานของพระวินัยปิฎก คือ การสละกิเลสในบ้านเรือนและทรัพย์สิน ((วิวิจฺเจว กาเมหิ วิวิจฺจ อกุสเลหิ ธมฺเมหิ)). แต่เพราะคนใหม่ๆ มักจะมีสมาทานเจตนา กำลังอ่อน เป็นสสังขาริก พื้นฐานของการสละกิเลสในบ้านเรือนและทรัพย์สิน จึงได้แก่ ความสามัคคีของหมู่สหธรรมิก 8 ((สมานสงฺวาโส, ปาราชิโก โหติ อสงฺวาโส, สุขา สงฺฆสฺส สามคฺคี)) เพราะการห้อมล้อมชักชวนของพระอริยเจ้า ทำให้กัลยาณปุถุชนมีกำลังใจจะปฏิบัติ, เพราะการห้อมล้อมชักชวนของอุคฆฏิตัญญูทำให้สุขาปฏิปทาทันธาภิญญามีกำลังใจฝึกอภิญญาด้วยสัมมัปปธาน 4 (ทิฏฐิจริต), เพราะการห้อมล้อมชักชวนของทิฏฐิจริตทำให้ตัณหาจริตมีกำลังใจฝึกสมถะคู่วิปัสสนาด้วยฌาน 4 และสติปัฏฐาน 4, เหมาะสมกับที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า "กัลยาณมิตรเป็นทั้งหมดของพรหมจรรย์". ภิกษุสามารถห้อมล้อมด้วยพระอริยเจ้าเป็นกัลยาณมิตร โดยอาศัยพระปาติโมกข์ 227 เพื่อฝึกตามโอวาทปาติโมกข์. และภิกษุนั้นสามารถหากัลยาณมิตรในระดับนิสสยาจารย์ได้ด้วยอาจาริยวัตร อันเตวาสิกวัตร ท่านจึงเลือกสองวัตรนี้ให้เป็นขันธกะแรกของวัตรทั้งปวง ซึ่งอยู่ต่อจากพระปาติโมกข์อีกทีหนึ่ง, วัตรทั้งสองนี้ เป็นบาทฐานของกัมมัฏฐานุคคหณนิทเทส ในวิสุทธิมรรคอีกที. ทั้งหมดนี้ ท่านย่นย่อลำดับไว้ให้ทั้งพระและฆราวาสใน ม.ม. [[http://www.84000.org/tipitaka/pitaka_item/m_read.php?B=13&A=5931&w=%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B9%84%E0%B8%A7%E0%B9%89&option=2|กีฏาคิริสูตร]]. | พื้นฐานของพระวินัยปิฎก คือ การสละกิเลสในบ้านเรือนและทรัพย์สิน ((วิวิจฺเจว กาเมหิ วิวิจฺจ อกุสเลหิ ธมฺเมหิ)). แต่เพราะคนใหม่ๆ มักจะมีสมาทานเจตนา กำลังอ่อน เป็นสสังขาริก พื้นฐานของการสละกิเลสในบ้านเรือนและทรัพย์สิน จึงได้แก่ ความสามัคคีของหมู่สหธรรมิก 8 ((สมานสงฺวาโส, ปาราชิโก โหติ อสงฺวาโส, สุขา สงฺฆสฺส สามคฺคี)) เพราะการห้อมล้อมชักชวนของพระอริยเจ้า ทำให้กัลยาณปุถุชนมีกำลังใจจะปฏิบัติ, เพราะการห้อมล้อมชักชวนของอุคฆฏิตัญญูทำให้สุขาปฏิปทาทันธาภิญญามีกำลังใจฝึกอภิญญาด้วยสัมมัปปธาน 4 (ทิฏฐิจริต), เพราะการห้อมล้อมชักชวนของทิฏฐิจริตทำให้ตัณหาจริตมีกำลังใจฝึกสมถะคู่วิปัสสนาด้วยฌาน 4 และสติปัฏฐาน 4, เหมาะสมกับที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า "กัลยาณมิตรเป็นทั้งหมดของพรหมจรรย์". ภิกษุสามารถห้อมล้อมด้วยพระอริยเจ้าเป็นกัลยาณมิตร โดยอาศัยพระปาติโมกข์ 227 เพื่อฝึกตามโอวาทปาติโมกข์. และภิกษุนั้นสามารถหากัลยาณมิตรในระดับนิสสยาจารย์ได้ด้วยอาจาริยวัตร อันเตวาสิกวัตร ท่านจึงเลือกสองวัตรนี้ให้เป็นขันธกะแรกของวัตรทั้งปวง ซึ่งอยู่ต่อจากพระปาติโมกข์อีกทีหนึ่ง, วัตรทั้งสองนี้ เป็นบาทฐานของกัมมัฏฐานุคคหณนิทเทส ในวิสุทธิมรรคอีกที. ทั้งหมดนี้ ท่านย่นย่อลำดับไว้ให้ทั้งพระและฆราวาสใน ม.ม. [[http://www.84000.org/tipitaka/pitaka_item/m_read.php?B=13&A=5931&w=%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B9%84%E0%B8%A7%E0%B9%89&option=2|กีฏาคิริสูตร]]. |
| ที.สี. '''สุภสูตร''' (คล้าย ที.สี. สามัญญผลสูตร((ความเห็นผู้เขียน: พระสูตรใน ที.สี. มีความสำคัญมากต่อทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาในหัวข้อ'''สัมมาทิฏฐิ'''แห่งอาสวักขยญาณวิชชา คือ การปริยัติและปฏิบัติ ท่านจึงให้เป็นสูตรที่ 2 ของพระสูตรทั้งปวง โดยที่สูตรแรกสุดพรหมชาลสูตรได้แสดงทุกขสมุทัยปฏิจจสมุปบาทไว้ ในหัวข้อ'''มิจฉาทิฏฐิ''' 62))) คือ '''พื้นฐาน'''ก่อนฝึกวิปัสสนาญาณวิชชาที่ใช้ในการแทงตลอกลักขณาทิจจตุกบาลี. | ที.สี. '''สุภสูตร''' (คล้าย ที.สี. สามัญญผลสูตร((ความเห็นผู้เขียน: พระสูตรใน ที.สี. มีความสำคัญมากต่อทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาในหัวข้อ'''สัมมาทิฏฐิ'''แห่งอาสวักขยญาณวิชชา คือ การปริยัติและปฏิบัติ ท่านจึงให้เป็นสูตรที่ 2 ของพระสูตรทั้งปวง โดยที่สูตรแรกสุดพรหมชาลสูตรได้แสดงทุกขสมุทัยปฏิจจสมุปบาทไว้ ในหัวข้อ'''มิจฉาทิฏฐิ''' 62))) คือ '''พื้นฐาน'''ก่อนฝึกวิปัสสนาญาณวิชชาที่ใช้ในการแทงตลอกลักขณาทิจจตุกบาลี. |
| |
| ที.สี. '''สุภสูตร''' ถูกขยายความแล้วด้วยนิทเทสในตัวสูตรนั้นๆ มหาวรรคและปาถิกวรรค. ทีฆนิกาย ท่านพระสารีบุตรและลูกศิษย์ได้ขยายความไว้แล้วด้วยมัชฌิมนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค และอภิธรรมปิฎก. | ที.สี. '''สุภสูตร''' ถูกขยายความแล้วด้วยนิทเทสในตัวสูตรนั้นๆ และถูกขยายซ้ำด้วยมหาวรรคและปาถิกวรรค. ทีฆนิกาย ยังถูกท่านพระสารีบุตรและลูกศิษย์ขยายความไว้เพิ่มทั้งโดยพุทธพจน์และตัวท่านเองในมัชฌิมนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค และอภิธรรมปิฎก. |
| |
| [[ลักขณาทิจตุกกะจากอัฏฐสาลินี]] | [[ลักขณาทิจตุกกะจากอัฏฐสาลินี]] |